ติดโซลาร์ลดค่าไฟได้เท่าไหร่

ติดโซลาร์ลดค่าไฟได้จริง โดยทั่วไปช่วยลดบิลค่าไฟลงประมาณ 40–70% ต่อเดือน ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้ไฟกลางวันมากแค่ไหนและระบบที่ติดมีขนาดเท่าไร ตัวเลขนี้ไม่ใช่ค่าตายตัว บ้านที่มีคนอยู่ตอนกลางวันและเปิดแอร์ช่วงแดดจัดจะประหยัดได้มากกว่าบ้านที่ปิดไฟทั้งวันแล้วกลับมาใช้ตอนค่ำ บทความนี้ทีมวิศวกรของ CR Solar จะอธิบายว่าเงินที่ประหยัดมาจากไหน คำนวณคร่าว ๆ อย่างไร และทำไมการใช้ไฟที่ผลิตได้เองจึงคุ้มกว่าการขายคืนการไฟฟ้าในบริบทของประเทศไทย
สารบัญบทความ
- โซลาร์ช่วยลดค่าไฟได้ยังไง
- คำนวณเงินที่ประหยัดคร่าว ๆ
- ปัจจัยที่ทำให้ประหยัดมากหรือน้อย
- ทำไม self-consumption สำคัญกว่าการขายคืน
- ตัวอย่างการประหยัดระบบ 5 kW และ 10 kW
- คำถามที่พบบ่อย
- สรุป
Key Takeaways
- ติดโซลาร์ลดค่าไฟได้ประมาณ 40–70% ต่อเดือน (โดยประมาณ ขึ้นกับการใช้ไฟจริง)
- เงินที่ประหยัดคำนวณคร่าว ๆ จาก จำนวนหน่วยที่แผงผลิตได้ × ค่าไฟต่อหน่วยที่คุณจ่ายอยู่
- บ้านที่ใช้ไฟกลางวันมาก (แอร์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า work from home) ประหยัดได้มากที่สุด
- ประเทศไทยใช้ระบบ Net Billing ไม่ใช่ Net Metering การรับซื้อไฟคืนอยู่ที่ราว 2.2 บาทต่อหน่วย ต่ำกว่าราคาที่เราซื้อจากการไฟฟ้า
- ด้วยเหตุนี้การใช้ไฟที่ผลิตได้เอง (self-consumption) จึงคุ้มกว่าการปล่อยให้ไฟไหลย้อนขึ้นระบบเพื่อขายคืน
- ระบบ 5 kW ประหยัดได้ราว 2,000–3,000 บาทต่อเดือน และ 10 kW ราว 4,000–6,000 บาทต่อเดือน (ตัวเลขประมาณการ ปี 2569)
โซลาร์ช่วยลดค่าไฟได้ยังไง
หลักการพื้นฐานเรียบง่ายกว่าที่หลายคนคิด แผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาจะเปลี่ยนแสงแดดเป็นไฟฟ้าในช่วงกลางวัน แล้วส่งไฟนั้นเข้ามาป้อนเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านทันที เมื่อบ้านของคุณดึงไฟจากแผงมาใช้ ก็เท่ากับว่าคุณลดปริมาณไฟที่ต้องซื้อจากการไฟฟ้าลงไปในจำนวนที่เท่ากัน มิเตอร์หมุนช้าลง หน่วยที่ต้องจ่ายก็น้อยลงตามไปด้วย
พูดง่าย ๆ คือค่าไฟที่ลดลงไม่ได้มาจาก "ส่วนลด" แต่มาจากการที่คุณผลิตไฟใช้เองแทนการซื้อ ทุกหน่วยที่แผงผลิตได้แล้วถูกใช้หมดในบ้านคือหนึ่งหน่วยที่คุณไม่ต้องจ่ายเงินให้การไฟฟ้า นี่คือหัวใจของการที่ติดโซลาร์ลดค่าไฟได้ ยิ่งบ้านของคุณใช้ไฟตรงกับช่วงที่แดดออก ไฟจากแผงก็ยิ่งถูกดูดไปใช้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย
คำนวณเงินที่ประหยัดคร่าว ๆ
สูตรง่าย ๆ สำหรับประเมินเบื้องต้นคือ
เงินที่ประหยัดต่อเดือน ≈ จำนวนหน่วยที่ผลิตและใช้เอง × ค่าไฟต่อหน่วย
ในทางปฏิบัติ แผงขนาด 1 kW ในเมืองไทยผลิตไฟได้ราว 4 หน่วยต่อวัน หรือประมาณ 120 หน่วยต่อเดือน ถ้าคุณติดระบบ 5 kW ก็จะได้ไฟราว 600 หน่วยต่อเดือน สมมติค่าไฟที่คุณจ่ายอยู่ที่ประมาณ 4.5 บาทต่อหน่วย และคุณใช้ไฟที่ผลิตได้หมดในช่วงกลางวัน เงินที่ประหยัดจะอยู่ที่ราว 600 × 4.5 = 2,700 บาทต่อเดือน
ตัวเลขนี้เป็นเพียงกรอบให้เห็นภาพ ของจริงจะขยับขึ้นลงตามหลายอย่าง เช่น บ้านของคุณใช้ไฟตอนกลางวันได้ครบ 600 หน่วยหรือไม่ ถ้าใช้ได้ไม่หมด ส่วนที่เหลือจะไหลย้อนขึ้นระบบและได้ราคาขายคืนที่ต่ำกว่ามาก ซึ่งเป็นจุดที่เราจะอธิบายต่อไป
ปัจจัยที่ทำให้ประหยัดมากหรือน้อย
ทำไมบ้านสองหลังที่ติดระบบขนาดเท่ากันถึงประหยัดไม่เท่ากัน คำตอบอยู่ที่สามปัจจัยหลัก
พฤติกรรมการใช้ไฟกลางวัน เป็นตัวแปรสำคัญที่สุด ถ้าบ้านของคุณมีคนอยู่ตอนกลางวัน เปิดแอร์ ใช้ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น หรือทำงานที่บ้าน ไฟจากแผงจะถูกใช้ทันทีเกือบทั้งหมด แต่ถ้าทุกคนออกไปทำงานแล้วบ้านว่างทั้งวัน ไฟที่ผลิตได้จะเหลือไหลย้อนขึ้นระบบ ทำให้ได้ผลตอบแทนต่ำลง
ขนาดของระบบ ต้องพอดีกับความต้องการ ระบบที่เล็กเกินไปจะผลิตไฟไม่พอ ส่วนระบบที่ใหญ่เกินพฤติกรรมการใช้ก็จะเหลือไฟขายคืนในราคาถูก การเลือกขนาดให้เหมาะจึงต้องดูบิลค่าไฟย้อนหลังและช่วงเวลาที่ใช้ไฟจริง
ปริมาณแสงแดดและทิศทางหลังคา หลังคาที่หันไปทางทิศใต้และไม่มีเงาบังแผงโซลาร์เซลล์จะรับแดดได้เต็มที่ ส่วนหลังคาที่มีต้นไม้ อาคารข้างเคียง หรือถังน้ำบังเงาในบางช่วง จะผลิตไฟได้ลดลงในช่วงนั้น ฤดูกาลก็มีผล หน้าฝนที่แดดน้อยระบบจะผลิตไฟได้น้อยกว่าหน้าร้อน
ทำไม self-consumption สำคัญกว่าการขายคืน
จุดนี้คือสิ่งที่หลายคนเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะเคยได้ยินเรื่อง "มิเตอร์หมุนกลับ" หรือหักลบหน่วยกันแบบหนึ่งต่อหนึ่ง ความจริงคือประเทศไทยใช้ระบบ Net Billing ไม่ใช่ Net Metering
ความต่างอยู่ตรงนี้ ระบบ Net Metering (ที่ใช้ในบางประเทศ) จะหักลบหน่วยไฟที่ขายคืนกับหน่วยที่ซื้อในราคาเท่ากัน แต่ Net Billing ของไทยจะคิดแยกกัน คือไฟที่คุณซื้อจากการไฟฟ้าคิดตามราคาปกติ (ราว 4–5 บาทต่อหน่วย) ส่วนไฟที่คุณผลิตเหลือแล้วขายคืนเข้าระบบจะได้ราคารับซื้อที่ต่ำกว่ามาก อยู่ที่ประมาณ 2.2 บาทต่อหน่วย (อัตราอ้างอิงโครงการโซลาร์ภาคประชาชน อาจปรับเปลี่ยนตามนโยบาย)
ผลที่ตามมาคือ ทุกหน่วยที่คุณใช้เองในบ้านมีมูลค่าประมาณ 4.5 บาท (เพราะเป็นเงินที่คุณไม่ต้องจ่าย) แต่ทุกหน่วยที่ปล่อยขายคืนได้แค่ราว 2.2 บาท ต่างกันเกินเท่าตัว ด้วยเหตุนี้กลยุทธ์ที่คุ้มที่สุดจึงไม่ใช่การผลิตไฟให้เยอะที่สุดเพื่อขาย แต่คือการออกแบบให้คุณ "ใช้ไฟที่ผลิตได้เองให้มากที่สุด" หรือที่เรียกว่า self-consumption การเลื่อนกิจกรรมกินไฟอย่างการซักผ้า รีดผ้า หรือเปิดปั๊มน้ำมาทำในช่วงกลางวันจึงช่วยดันความคุ้มค่าขึ้นได้อีก
ตัวอย่างการประหยัดระบบ 5 kW และ 10 kW
ตารางด้านล่างเป็นการประมาณการเพื่อให้เห็นภาพ ตัวเลขจริงขึ้นกับการใช้ไฟของแต่ละบ้าน (ประมาณการ ปี 2569)
| ขนาดระบบ | ไฟที่ผลิตต่อเดือน (โดยประมาณ) | เหมาะกับค่าไฟเดิม | ประหยัดต่อเดือน (โดยประมาณ) |
|---|---|---|---|
| 5 kW | ~600 หน่วย | 3,000–5,000 บาท | 2,000–3,000 บาท |
| 10 kW | ~1,200 หน่วย | 6,000–10,000 บาท | 4,000–6,000 บาท |
ตัวเลขในตารางตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าบ้านใช้ไฟที่ผลิตได้ในช่วงกลางวันเป็นสัดส่วนสูง ถ้าบ้านของคุณใช้ไฟกลางวันน้อย เงินที่ประหยัดจริงจะต่ำกว่านี้ เพราะไฟส่วนเกินจะได้ราคาขายคืนที่ต่ำ ในทางกลับกัน บ้านที่เปิดแอร์หลายเครื่องตอนกลางวันอาจประหยัดได้ใกล้ปลายบนของช่วง ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่วิศวกรควรประเมินบิลค่าไฟและพฤติกรรมการใช้ของคุณก่อนสรุปขนาดที่เหมาะ
คำถามที่พบบ่อย
ติดโซลาร์แล้วค่าไฟจะเหลือศูนย์เลยไหม
โดยทั่วไปไม่เหลือศูนย์ เพราะช่วงกลางคืนที่ไม่มีแดด บ้านยังต้องดึงไฟจากการไฟฟ้ามาใช้ (ยกเว้นติดแบตเตอรี่สำรอง ซึ่งมีต้นทุนเพิ่ม) ระบบออนกริดทั่วไปจึงช่วยลดค่าไฟส่วนกลางวันได้มาก แต่ยังมีค่าไฟกลางคืนและค่าบริการรายเดือนอยู่
ระบบกี่ kW ถึงจะเหมาะกับบ้านของฉัน
ให้ดูจากบิลค่าไฟและช่วงเวลาที่ใช้ไฟ บ้านที่ค่าไฟเดือนละ 3,000–5,000 บาทและใช้ไฟกลางวันพอสมควรมักเหมาะกับระบบราว 5 kW ส่วนบ้านค่าไฟหลักหมื่นอาจขยับไป 10 kW ขึ้นไป ทางที่แม่นที่สุดคือให้วิศวกรประเมินหน้างาน
ไฟที่ผลิตเหลือขายคืนได้ราคาเท่าไหร่
ปัจจุบันอัตรารับซื้อคืนอยู่ที่ราว 2.2 บาทต่อหน่วยตามโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ซึ่งต่ำกว่าราคาที่เราซื้อไฟใช้ จึงคุ้มกว่าถ้าออกแบบให้ใช้ไฟที่ผลิตเองให้หมดก่อน
ต้องขออนุญาตการไฟฟ้าก่อนติดไหม
ต้อง ระบบที่เชื่อมกับโครงข่ายไฟฟ้าต้องยื่นขออนุญาตกับการไฟฟ้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนใช้งาน ขั้นตอนนี้ช่างและทีมงานที่รับติดตั้งมักดำเนินการให้ ควรตรวจสอบว่าผู้ติดตั้งดูแลเอกสารส่วนนี้ครบถ้วน
สรุป
ติดโซลาร์ลดค่าไฟได้จริง โดยเฉลี่ยราว 40–70% ต่อเดือน และคำนวณคร่าว ๆ จากจำนวนหน่วยที่ผลิตแล้วใช้เอง คูณด้วยค่าไฟต่อหน่วยที่คุณจ่ายอยู่ กุญแจสำคัญคือการใช้ไฟที่ผลิตได้เองให้มากที่สุด เพราะไทยใช้ระบบ Net Billing ที่รับซื้อไฟคืนในราคาต่ำกว่าราคาซื้อ การใช้เองจึงคุ้มกว่าการขายคืน ตัวเลขทั้งหมดเป็นการประมาณการ ปี 2569 และจะแตกต่างกันไปตามพฤติกรรมการใช้ไฟ ขนาดระบบ และปริมาณแดดของแต่ละบ้าน
หากอยากรู้ว่าบ้านของคุณจะประหยัดได้เท่าไรและควรใช้ระบบขนาดไหน ทีมวิศวกรและช่างของเราพร้อมประเมินบิลค่าไฟกับหน้างานให้ก่อนตัดสินใจ ดูรายละเอียดบริการรับติดตั้งโซล่าเซลล์ของ CR Solar เพื่อวางแผนลดค่าไฟให้เหมาะกับการใช้งานจริงของคุณ