นโยบายรัฐโซล่าเซลล์: มาตรการรัฐและนโยบายพลังงานแสงอาทิตย์ที่เจ้าของบ้านควรเข้าใจ

personสมรักษ์ สมลา·15 สิงหาคม 2569·schedule8 นาที
นโยบายรัฐโซล่าเซลล์: มาตรการรัฐและนโยบายพลังงานแสงอาทิตย์ที่เจ้าของบ้านควรเข้าใจ

รัฐไทยหนุนพลังงานแสงอาทิตย์ผ่านหลายมาตรการ ทั้งโครงการโซลาร์ภาคประชาชนที่เปิดให้ครัวเรือนขายไฟส่วนเกินคืนการไฟฟ้า แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ที่ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน และมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับบ้านที่ติดตั้ง แต่จุดที่เจ้าของบ้านต้องเข้าใจให้ชัดตั้งแต่ต้นคือ ประเทศไทยใช้ระบบ Net Billing ไม่ใช่ Net Metering การไฟฟ้ารับซื้อไฟส่วนเกินในราคาราว 2.2 บาทต่อหน่วย ต่ำกว่าค่าไฟที่เราจ่ายซื้อประมาณ 4-5 บาทต่อหน่วยอย่างชัดเจน

ผลที่ตามมาตรงไปตรงมา การใช้ไฟที่ผลิตได้เองในช่วงกลางวันคุ้มค่ากว่าการปล่อยให้ไหลกลับไปขายคืนเสมอ ทีมวิศวกรของเราจึงออกแบบระบบให้ขนาดแผงและช่วงเวลาใช้ไฟสอดคล้องกัน เพื่อให้ทุกหน่วยที่ผลิตถูกใช้หมดก่อน แล้วค่อยมองส่วนเกินเป็นของแถม บทความนี้สรุปนโยบายและมาตรการรัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้ตัดสินใจได้บนข้อมูลจริง ไม่ใช่ความคาดหวังที่คลาดเคลื่อน

สารบัญบทความ

  1. โครงการโซลาร์ภาคประชาชน คืออะไร
  2. Net Metering กับ Net Billing ต่างกันอย่างไร
  3. แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) และเป้าพลังงานหมุนเวียน
  4. บทบาทของ กกพ. ในการกำหนดอัตราและกำกับ
  5. มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับบ้านติดโซลาร์
  6. แนวโน้มนโยบายพลังงานแสงอาทิตย์ในอนาคต
  7. คำถามที่พบบ่อย
  8. สรุป

Key Takeaways

  • ไทยใช้ระบบ Net Billing ไม่ใช่ Net Metering หมายความว่าไฟที่ผลิตเองกับไฟที่ขายคืนคิดคนละราคา ไม่ได้หักลบหน่วยกันตรง ๆ
  • ราคารับซื้อไฟส่วนเกินในโครงการโซลาร์ภาคประชาชนอยู่ที่ราว 2.2 บาทต่อหน่วย ขณะที่ค่าไฟที่เราซื้อจากการไฟฟ้าราว 4-5 บาทต่อหน่วย
  • ข้อสรุปเชิงออกแบบคือ ใช้ไฟเองช่วงกลางวันคุ้มกว่าขายคืน ควรจัดขนาดระบบให้พอดีกับการใช้งานจริง
  • คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เป็นผู้กำหนดอัตรารับซื้อและกำกับหลักเกณฑ์การเชื่อมต่อ ส่วนการไฟฟ้า (กฟน./กฟภ.) รับคำขอและดูแลการขนานไฟ
  • แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน สอดรับเป้าความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศ แนวโน้มนโยบายจึงหนุนโซลาร์ต่อเนื่อง

โครงการโซลาร์ภาคประชาชน คืออะไร

โครงการโซลาร์ภาคประชาชนเป็นมาตรการที่เปิดให้ครัวเรือนติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคา ผลิตไฟใช้เอง แล้วขายไฟส่วนที่เหลือคืนให้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ทั้งการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดยมีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเป็นผู้ประกาศหลักเกณฑ์และอัตรารับซื้อในแต่ละรอบ

หัวใจของโครงการอยู่ที่คำว่า "ส่วนเกิน" ระบบจะให้เราใช้ไฟที่ผลิตได้ก่อน เฉพาะหน่วยที่ผลิตเกินความต้องการในขณะนั้นเท่านั้นที่ไหลกลับเข้าสายส่งและถูกรับซื้อ อัตราที่ประกาศใช้อยู่ในระดับราว 2.2 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นตัวเลขที่ตั้งใจให้ต่ำกว่าค่าไฟขายปลีก เพื่อส่งสัญญาณให้ผู้ติดตั้งใช้ไฟเองเป็นหลัก ไม่ใช่ผลิตเพื่อขาย

รายละเอียดขั้นตอนยื่นขายไฟ เอกสาร และการคิดเงินส่วนนี้ เราแยกอธิบายไว้ครบในคู่มือขายไฟคืนและ Net Billing เพื่อไม่ให้บทนี้ยาวเกินความจำเป็น

Net Metering กับ Net Billing ต่างกันอย่างไร

จุดนี้คือรากของความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด หลายคนได้ยินคำโฆษณาต่างประเทศว่า "ติดโซลาร์แล้วมิเตอร์หมุนกลับ" นั่นคือระบบ Net Metering ที่ไฟผลิตเองกับไฟที่ใช้ถูกหักลบกันแบบหน่วยต่อหน่วยด้วยราคาเดียวกัน ระบบแบบนี้ทำให้การขายคืนคุ้มพอ ๆ กับการใช้เอง

ประเทศไทยไม่ได้ใช้แนวทางนั้น เราใช้ Net Billing ที่แยกสองฝั่งออกจากกันชัดเจน ไฟที่เราดึงจากการไฟฟ้าคิดราคาขายปลีกราว 4-5 บาทต่อหน่วย ส่วนไฟที่เราขายคืนคิดราคารับซื้อราว 2.2 บาทต่อหน่วย สองราคานี้ไม่เท่ากันและไม่หักลบหน่วยกันตรง ๆ

ทำไมความต่างนี้ถึงเปลี่ยนวิธีออกแบบระบบ

เมื่อราคาขายคืนต่ำกว่าราคาที่ซื้อเกือบครึ่ง สมการก็เปลี่ยน ไฟหนึ่งหน่วยที่เราใช้เองช่วยประหยัดได้เต็ม 4-5 บาท แต่ไฟหน่วยเดียวกันถ้าขายคืนได้แค่ 2.2 บาท ส่วนต่างนี้คือเหตุผลที่วิศวกรของเราเน้นออกแบบให้ระบบผลิตพอดีกับพฤติกรรมการใช้ไฟกลางวัน

บ้านที่คนอยู่ตอนกลางวัน เปิดแอร์ ใช้เครื่องซักผ้า หรือมีปั๊มน้ำทำงานบ่อย จะได้ประโยชน์สูงสุด ส่วนบ้านที่ไฟกลางวันเหลือมาก การเพิ่มแบตเตอรี่เพื่อเก็บไฟไว้ใช้ตอนเย็นอาจคุ้มกว่าปล่อยขายคืนในราคาถูก ทั้งหมดนี้ช่างและวิศวกรจะประเมินจากบิลค่าไฟและช่วงเวลาใช้งานจริงก่อนเสนอขนาดระบบ

แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) และเป้าพลังงานหมุนเวียน

แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย หรือ PDP คือแผนแม่บทที่กระทรวงพลังงานใช้กำหนดทิศทางการผลิตไฟฟ้าระยะยาว ว่าในอนาคตประเทศจะพึ่งพาเชื้อเพลิงประเภทใดในสัดส่วนเท่าไร แผนฉบับล่าสุดวางแนวทางเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนอย่างมีนัยสำคัญ โดยพลังงานแสงอาทิตย์เป็นหนึ่งในกำลังผลิตหลักที่จะเติบโต

ทิศทางนี้สอดคล้องกับเป้าหมายระดับประเทศที่ไทยประกาศไว้ คือมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2065 เมื่อเป้าหมายวางไว้แบบนี้ นโยบายที่ตามมาย่อมโน้มไปทางสนับสนุนการผลิตไฟจากแสงอาทิตย์มากขึ้น ทั้งในระดับโรงไฟฟ้าและระดับหลังคาบ้าน

สำหรับเจ้าของบ้านและโรงงาน สัญญาณเชิงนโยบายนี้แปลว่าโซลาร์เซลล์ไม่ใช่กระแสชั่วคราว แต่เป็นทิศทางที่รัฐผูกไว้กับพันธะระยะยาว การลงทุนวันนี้จึงอยู่บนเส้นทางที่นโยบายเดินไปในทางเดียวกัน

บทบาทของ กกพ. ในการกำหนดอัตราและกำกับ

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) หรือ ERC เป็นองค์กรกำกับดูแลที่มีบทบาทตรงกับกระเป๋าเงินของผู้ติดตั้งมากที่สุด เพราะเป็นผู้พิจารณาและประกาศอัตรารับซื้อไฟส่วนเกิน กำหนดหลักเกณฑ์การเชื่อมต่อระบบโครงข่าย และคุมมาตรฐานการกำกับกิจการไฟฟ้าโดยรวม

เมื่ออัตรารับซื้อ 2.2 บาทต่อหน่วยที่พูดถึงตลอดบทมาจากประกาศของ กกพ. การติดตามข่าวจากหน่วยงานนี้จึงสำคัญ เพราะหลักเกณฑ์และเพดานรับซื้ออาจปรับได้ในแต่ละรอบโครงการ ส่วนการยื่นเรื่องจริง การตรวจสอบ และการอนุญาตขนานไฟยังเป็นหน้าที่ของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายในพื้นที่ กกพ. วางกติกา การไฟฟ้าปฏิบัติตามกติกานั้น

มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับบ้านติดโซลาร์

นอกจากการรับซื้อไฟ รัฐยังมีมาตรการด้านภาษีที่ช่วยลดต้นทุนการติดตั้งในบางช่วงเวลา เงื่อนไข วงเงิน และปีภาษีที่ใช้สิทธิ์ได้มักเปลี่ยนตามประกาศ จึงต้องตรวจสอบรายละเอียดที่บังคับใช้ในปีนั้นก่อนยื่นเสมอ

เพื่อไม่ให้ข้อมูลตรงนี้ล้าสมัยเร็ว เราสรุปเงื่อนไข ขั้นตอนใช้สิทธิ์ และเอกสารที่ต้องเตรียมไว้แยกในคู่มือลดหย่อนภาษีติดโซลาร์เซลล์ ผู้ที่กำลังวางแผนติดตั้งควรอ่านประกอบ เพราะบางปีมาตรการภาษีทำให้จุดคืนทุนขยับเข้ามาเร็วขึ้นพอสมควร

แนวโน้มนโยบายพลังงานแสงอาทิตย์ในอนาคต

ทิศทางนโยบายในระยะข้างหน้ามีสามเส้นที่เห็นได้ชัด หนึ่งคือการเปิดพื้นที่ให้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้นตามกรอบ PDP และพันธะด้านคาร์บอน สองคือการพัฒนากติกาการซื้อขายไฟที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม ซึ่งอาจรวมถึงแนวคิดการซื้อขายไฟระหว่างผู้ผลิตรายย่อยในอนาคต และสามคือการผลักดันระบบกักเก็บพลังงานให้เข้าถึงง่ายขึ้น เพื่อรองรับไฟจากแสงอาทิตย์ที่ผลิตเป็นช่วงเวลา

สิ่งที่ยังไม่ควรคาดหวังคือการกลับไปใช้ Net Metering แบบหักลบหน่วยต่อหน่วย เพราะทิศทางของ กกพ. ที่ผ่านมาชัดว่าต้องการให้ระบบสะท้อนต้นทุนจริงของโครงข่าย ดังนั้นหลักคิด "ใช้ไฟเองให้คุ้มที่สุด" จะยังเป็นแกนที่ถูกต้องไปอีกนาน ไม่ว่าตัวเลขอัตรารับซื้อจะขยับขึ้นหรือลงในรอบถัดไป

บทนี้เป็นส่วนหนึ่งของคลัสเตอร์ด้านกฎหมาย มาตรฐาน และนโยบาย หากต้องการภาพรวมทั้งหมด ตั้งแต่มาตรฐานการติดตั้งไปจนถึงข้อกำหนดทางกฎหมาย อ่านต่อได้ที่บทหลักเรื่องมาตรฐานและกฎหมายโซลาร์เซลล์

คำถามที่พบบ่อย

ประเทศไทยใช้ Net Metering หรือไม่

ไม่ ประเทศไทยใช้ระบบ Net Billing ที่คิดราคาไฟผลิตเองกับไฟขายคืนแยกกัน ไม่ได้หักลบหน่วยต่อหน่วยด้วยราคาเดียวกันแบบ Net Metering ที่ใช้ในบางประเทศ

ราคารับซื้อไฟส่วนเกินอยู่ที่เท่าไร

อัตรารับซื้อไฟส่วนเกินในโครงการโซลาร์ภาคประชาชนอยู่ที่ราว 2.2 บาทต่อหน่วยตามประกาศของ กกพ. ซึ่งต่ำกว่าค่าไฟที่เราซื้อจากการไฟฟ้าราว 4-5 บาทต่อหน่วย ตัวเลขนี้อาจปรับได้ในแต่ละรอบโครงการ

ขายไฟคืนกับใช้ไฟเอง อย่างไหนคุ้มกว่า

ใช้ไฟเองคุ้มกว่าเสมอ เพราะไฟหนึ่งหน่วยที่ใช้เองช่วยประหยัดค่าไฟได้เต็ม 4-5 บาท ขณะที่ขายคืนได้เพียงราว 2.2 บาท การออกแบบระบบให้ผลิตพอดีกับการใช้งานกลางวันจึงให้ผลตอบแทนดีที่สุด

หน่วยงานไหนกำหนดอัตรารับซื้อไฟ

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เป็นผู้กำหนดอัตรารับซื้อและหลักเกณฑ์การเชื่อมต่อ ส่วนการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นผู้รับคำขอและดูแลการขนานไฟในทางปฏิบัติ

สรุป

นโยบายรัฐด้านพลังงานแสงอาทิตย์วางกรอบชัดว่าไทยเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนผ่าน PDP และเป้าคาร์บอนระยะยาว แต่กติกาการซื้อขายไฟยังเป็น Net Billing ที่รับซื้อไฟส่วนเกินราว 2.2 บาทต่อหน่วย ต่ำกว่าค่าไฟที่เราจ่าย ข้อสรุปเชิงปฏิบัติจึงไม่เปลี่ยน คือออกแบบระบบให้ใช้ไฟที่ผลิตได้เองให้คุ้มที่สุดก่อน แล้วมองส่วนเกินเป็นผลพลอยได้

ทีมวิศวกรของเราประเมินพฤติกรรมการใช้ไฟและออกแบบขนาดระบบให้ตรงกับบ้านหรือโรงงานของคุณจริง ส่วนช่างดูแลการติดตั้งและการยื่นขนานไฟให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ หากพร้อมเริ่มต้นบนข้อมูลนโยบายที่ถูกต้อง ปรึกษาทีมงานรับติดตั้งโซล่าเซลล์บ้านและโรงงานของเราได้ เพื่อให้ทุกบาทที่ลงทุนสอดคล้องกับนโยบายที่บังคับใช้จริง

แหล่งอ้างอิง

  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน. (2567). โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา สำหรับภาคประชาชน. สืบค้นจาก https://www.erc.or.th
  • กระทรวงพลังงาน. (2567). แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (Power Development Plan: PDP). สืบค้นจาก https://www.energy.go.th
  • การไฟฟ้านครหลวง. (2567). การเชื่อมต่อระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา. สืบค้นจาก https://www.mea.or.th
  • กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน. (2567). พลังงานแสงอาทิตย์และแผนพัฒนาพลังงานทดแทน. สืบค้นจาก https://www.dede.go.th